อิหร่าน ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาในการโจมตีท่อส่งน้ำมัน ใน บาห์เรน

ซาอุดิอาราเบีย ถือเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบที่ใหญ่สุดในโลก ในปีนี้วางแผนที่จะเพิ่มระดับรักษาความปลอดภัยให้กับโรงงานขุดเจาะน้ำมันของพวกเขา หลังจากที่ประเทศบาห์เรนชี้ไปที่อิหร่านว่าทำการโจมตีท่อขนส่งน้ำมันที่เชื่อมต่อกันระหว่างพันธมิตรของอารับ ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 14 กิโลเมตรจากทางใต้ของมานามา เป็นท่อที่ส่งน้ำมันได้ถึง 230,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่อมาทางประเทศอิหร่านได้ออกมาให้การปฏิเสธเป็นที่เรียบร้อย

ในการวางแผนที่จะยกระดับความปลอดภัยนั้น อ้างอิงจากช่องข่าวของทาง  Al-Arabiya จากการชี้แจงของคณะรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของซาอุ ซึ่งบอกว่า รัฐมนตรีความมั่นคงของบาห์เรนได้แจ้งกับเขามาว่าเกิดเหตุการก่อการร้ายภายในประเทศของเขาบ่อยครั้ง และหลักฐานส่วนใหญ่ชี้ว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายทั้งหมดนี้ โดยท่อน้ำมันนั้นถูกทำลายโดยความจงใจ ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่อย่างใด สุดท้ายท่อน้ำมันถูกซ่อมและกลับมาใช้งานได้ในวันต่อมา

“การวางระเบิดท่อขนส่งน้ำมันครั้งนี้ เป็นการกระทำที่อันตรายของชาวอิหร่านที่วางแผนจะทำให้ประชาชนตกใจกลัว และตั้งใจทำให้ผู้ลงทุนในธุรกิจน้ำมันกลัว” ข้อความนี้เป็นของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของบาห์เรน ความตึงเครียดยังคงไม่หยุดแค่นั้น เมื่อซาอุดิอาราเบียถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีชาวอิหร่านที่พยายามจะยิงขีปนาวุธใส่สนามบินนานาชาติ Riyadh ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการกระทำที่จงใจก่อสงคราม ซึ่งเป็นอีกครั้งที่อิหร่านออกมาให้การว่าพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อในเรื่องนี้

ภายหลังต่อมาทางบาห์เรนได้จับผู้ต้องสงสัยได้ 4 คน ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดของท่อน้ำมันที่ผ่านมา โดยทั้ง 4 คนมีอายุเฉลี่ยเพียง 25 ปีเท่านั้น ได้แก่ Jaffar Ali, 23, Anwar Abdulaziz Musa Jaffar Mushaima , 24, Mohammed Abdullah Isa Abdullah Mahroos, 27, and Adel Ahmed Ali Ahmed Saleh,23 จากการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่รัฐ ยังทราบว่ามี 2 คนในกลุ่มนี้ได้รับการฝึกมาอย่างดีจากทางกลุ่มนักปฏิวัติที่คอยให้ความช่วยเหลือผู้ก่อการร้ายภายในอิหร่าน โดยกลุ่มคนเหล่านี้ยังคงถูกสืบสวนต่อภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจบาห์เรน

อิหร่านถูกนาๆ ประเทศประนามในทางอ้อมถึงการกระทำที่จงใจก่อความไม่สงบ ถึงแม้จะให้การปฏิเสธเสียงแข็งก็ตาม ในเร็วๆ นี้ก็มีข่าวจากทางรัฐมนตรีต่างประเทศของอียิป ยังออกมาประนามอีกว่า “การกระทำอันขี้ขลาดของคนกลุ่มนี้ จะไม่สามารถประเจาะความมั่นคงและความแข็งแกร่งของประเทศเพื่อนบ้านที่สนิทของเราอย่างบาห์เรนได้” อีกกลุ่มหนึ่งก็คือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ออกมาประนามการกระทำนี้เช่นกัน

Article By :